รายงานสถานการณ์กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2563

editor image

รายงานสถานการณ์กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19

ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2563


มาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในเที่ยวบินขาเข้าประเทศไทยจาก 3 กลุ่มประเทศ

    กรมควบคุมโรค และกรมการบินพลเรือนเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่เดินทางด้วยเที่ยวบินจาก 3 กลุ่มประเทศที่จัดแบ่งตามระดับความรุนแรงการระบาด ตามประกาศ ของกระทรวงสาธารณสุข วันที่ 16 มีนาคม 2563 ดังนี้

    กลุ่มที่ 1 เขตติดโรคติดต่ออันตราย ได้แก่ จีน มาเก๊า ฮ่องกง เกาหลีใต้ อิหร่าน อิตาลี

    กลุ่มที่ 2 พื้นที่มีการระบาดต่อเนื่อง ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก เนเธอแลนด์ สวีเดน อังกฤษ เยอรมนี ญี่ป่น (ฮอกไกโด โตเกียว ไอจิ วากายามะ คานางาวะ ซิบะ โอกีนาวา เกียวโต โอซากา)

    กลุ่มที่ 3 พื้นที่อื่น

ผู้โดยสารบนเที่ยวบินจากประเทศกลุ่มที่ 1 ต้องปฏิบัติ ดังนี้

1. เมื่อตรวจรับบัตรโดยสาร (เช็คอิน) จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ และเอกสารประกันสุขภาพ เพื่อรับบัตรโดยสาร หากไม่มีเอกสารดังกล่าว สายการบินจะไม่ออกบัตร-ขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) ให้

            - ใบรับรองแพทย์ที่มีผลทางการแพทย์และมีผลทางห้องปฏิบัติการรับรองว่า “ไม่พบการติดเชื้อ COVID-19 ภายใน 48 ชั่วโมง และไม่ป่วยช่วง 14 วันก่อนเดินทาง” (ยกเว้นลูกเรือ)

            - ประกันสุขภาพ (Health Insurance) จะต้องคุ้มครองในประเทศไทย ด้วยทุนประกันไม่น้อยกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐ (ยกเว้นลูกเรือ และผู้ถือสัญชาติไทย)

2. กรอกแบบ ต.8 (T.8) ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยข้อมูลที่กรอกจะต้องถูกต้องและตรงความเป็นจริง และยื่นแก่เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อ ณ จุดดัดกรองในท่าอากาศยานเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย (รวมทั้ง ลูกเรือและผู้โดยสารทุกคน)

3. เข้าตรวจในระบบคัดกรองด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ หากอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส และมีอาการใดอาการหนึ่งได้แก่ ไอ จาม น้ำมูกไหล เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ จะต้องส่งตัวไปรักษา ณ โรงพยาบาล ใกล้เคียง ผู้โดยสารที่ผ่านการคัดกรองจะต้องกักตัวสังเกตุอาการ 14 วัน ชาวต่างชาติจะเข้าพักที่โรงแรมที่กำหนด สำหรับผู้มีที่พำนักในประเทศไทยจะต้องกักตัวในที่พักอาศัยของตนเองแยกจากผู้อื่น

4. ต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคผ่านช่องทางที่กำหนดทุกวัน หากมีอาการป่วยต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ภายใน 3 ชั่วโมง

ผู้โดยสารบนเที่ยวบินจากประเทศกลุ่มที่ 2 ต้องปฏิบัติ ดังนี้

1. กรอกแบบ ต.8 ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยข้อมูลที่กรอกจะต้องถูกต้องและตรงความเปีนจริง และยื่นแก่เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อ ณ จุดคัดกรองในท่าอากาศยานเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย (รวมทั้งลูกเรือและ ผู้โดยสาร'ทุกคน)

2. เข้าตรวจในระบบคัดกรองด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ หากอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส และมี อาการใดอาการหนึ่งได้แก่ ไอ จาม นํ้ามูกไหล เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ จะต้องส่งตัวไปรักษา ณ โรงพยาบาล ใกล้เคียง ผู้โดยสารที่ผ่านการคัดกรองจะต้องกักตัวสังเกตอาการ 14 วัน ซาวต่างชาติจะเข้าพักเพื่อคุมตัวสังเกตอาการ ในโรงแรมที่กำหนด สำหรับผู้มีที่พำนักในประเทศไทยจะต้องกักตัวในที่พักอาศัยของตนเองแยกจากผู้อื่น หากมีความ จำเป็นต้องออกนอกที่พักให้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่

3. ต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคผ่านซ่องทางที่กำหนดทุกวัน หากมีอาการป่วยต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ภายใน 3 ชั่วโมง

ผู้โดยสารบนเที่ยวบินจากประเทศกลุ่มที่ 3 ต้องปฏิบัติ ดังนี้

1. ผู้เดินทางที่มีไข้ และ มีอาการ ไอ นํ้ามูก'ไหล เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด่าน ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทันทีที่ถึงประเทศไทย

2. เข้าตรวจในระบบคัดกรองด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ หากอุณหภูมิว่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส และมี อาการใดอาการหนึ่งได้แก่ ไอ จาม นํ้ามูกไหล เจ็บคอ หรือหายใจเหนื่อยหอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการซักประวัติ เพิ่มเติม และให้คำแนะนำ

3. ดูแลสุขภาพ สุขอนามัย และป้องกันตนเอง พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นล้างมือ สวมใส่หน้ากากอนามัย หากไอ จาม ต้องปิดปากปิดจมูกอย่างถูกวิธี

    ประเทศไทยมีการใช้มาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจในหมู่นักเดินทางต่างประเทศและประชาชนนชาวไทย ให้มั่นใจที่จะดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ดำเนินการทำงานและธุรกิจต่างๆ โดยไม่ละเลยและส่งผลกระทบต่อ ความปลอดภัยในสุขภาพของทุกคน


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 จากองค์การอนามัยโลก

https://www.who.int/thailand/emergencies/novel-coronavirus-2019/situation-reports

ศูนย์ข้อมูลกรมควบคุมโรคติดต่อ โทร 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/eng/news.php

สำนักงานส่งเสริมการอัดประชุมและนิทรรศการ โทร +66 (0) 2694 6000

https://www.businesseventsthailand.com/en/situation-update-coronavirus-covid-19 หรือ info@tceb.or.th.

บทความที่เกี่ยวข้อง