รายงานสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

เรื่อง การอนุญาตนักเดินทางจาก 46 ประเทศ/พื้นที่ เข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว และการกำหนด 17 จังหวัดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว วันที่ 26 คุลาคม 2564

ด้วยสถานการณ์การติดเชื้อที่อยู่ในระดับทรงตัว การหายป่วยมีอัตราสูงขึ้น การฉีดวัคซีนมีจำนวนโดสเพิ่มขึ้น รัฐบาลเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการฟื้นฟูประเทศเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตความเป็นอยู่แก่ประชาชน จึงให้มีการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว 17 จังหวัด และเพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดพื้นที่ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีจึงประกาศรายชื่อ 46 ประเทศ/พื้นที่ ที่อนุญาตให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน และสามารถจัดกิจกรรมรวมกลุ่มได้ไม่เกิน 500 คน ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป ตามรายละเอียดดังนี้

1. รายชื่อ 46 ประเทศ/พื้นที่ ที่อนุญาตให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย

อ้างอิงตามประกาศศูนย์ปฏิบัติการมาตรการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ เรื่อง การกำหนดรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางที่อนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสำหรับบุคคลประเภท (13โดยให้ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ ควบคู่กับความมั่นคงด้านสาธารณสุขตามแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล ตามประกาศ ศปก. กต. ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 มีรายชื่อประเทศ/พื้นที่ ดังนี้

1. ออสเตรเลีย 2. ออสเตรีย 3. บาห์เรน 4. เบลเยียม 5. ภูฏาน 6. บรูไนดารุสซาลาม 7. บัลแกเรีย 8. กัมพูชา 9. แคนาดา 10. ชิลี  11. จีน 12. ไซปรัส 13. สาธารณรัฐเช็ก 14. เดนมาร์ก 15. เอสโตเนีย 16. ฟินแลนด์ 17. ฝรั่งเศส 18. เยอรมนี 19. กรีซ 20. ฮังการี 21. ไอซ์แลนด์ 22. ไอร์แลนด์ 23. อิสราเอล 24. อิตาลี 25. ญี่ปุ่น 26. ลัตเวีย 27. ลิทัวเนีย 28. มาเลเซีย 29. มอลตา 30. เนเธอร์แลนด์ 31. นิวซีแลนด์ 32. นอร์เวย์ 33. โปแลนด์ 34. โปรตุเกส 35. กาตาร์ 36. ซาอุดีอาระเบีย 37. สิงคโปร์ 38. สโลวีเนีย 39. สาธารณรัฐเกาหลี 40. สเปน 41. สวีเดน 42. สวิตเซอร์แลนด์ 43. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 44. สหราชอาณาจักร 45. สหรัฐอเมริกา 46. ฮ่องกง

2. มาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ

กำหนดมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ ประกอบด้วย การมีหนังสือรับรองหรือหลักฐานการลงทะเบียนการเดินทางเข้าประเทศ การได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามเกณฑ์ การตรวจยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด 19 การมีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลตามเกณฑ์ที่กำหนด และหลักฐานการชำระค่าที่พักให้เป็นไปตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19)

รายละเอียดแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/256/T_0005.PDF

3. การกำหนดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว (Sandbox)

พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้น 17 จังหวัด ดังนี้

1. กรุงเทพมหานคร

2. สมุทรปราการ เฉพาะบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

3. ชลบุรี เฉพาะอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา อำเภอศรีราชา อำเภอเกาะสีชัง อำเภอสัตหีบ เฉพาะตำบลนาจอมเทียน และบางเสร่

4. ระยอง เฉพาะเกาะเสม็ด

5. ตราด เฉพาะอำเภอเกาะช้าง

6. เพชรบุรี เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ

7. ประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะตำบลหัวหิน และหนองแก

8. ภูเก็ต

9. พังงา

10. กระบี่

11. ระนอง เฉพาะเกาะพยาม

12. สุราษฎร์ธานี เฉพาะเกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า

13. เชียงใหม่ เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอดอยเต่า อำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง

14. เลย เฉพาะอำเภอเชียงคาน

15. บุรีรัมย์ เฉพาะอำเภอเมืองบุรีรัมย์

16. อุดรธานี เฉพาะอำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอบ้านดุง อำเภอกุมภวาปี อำเภอนายูง อำเภอหนองหาน อำเภอประจักษ์ศิลปาคม

17. หนองคาย เฉพาะอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอท่าบ่อ

การกำหนดเขตพื้นที่ให้เป็นเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว หรือการปรับปรุงเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ให้เป็นไปตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์  

4. การกำหนดมาตรการควบคุมแบบบูรณาการในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว

ให้สถานที่ กิจการ หรือการทำกิจกรรมในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว สามารถเปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด เช่น มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting) รวมถึงมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อที่ผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่กำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ           

5. ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน

ให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว โดยให้มีผลตั้งแต่เวลา 23.00 นของวันที่ 31 ตุลาคม 2564

6. การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค

ในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว กำหนดจำนวนบุคคลที่เข้ารวมกลุ่มทำกิจกรรมไม่เกิน 500 คน โดยให้นำวิธีปฏิบัติในส่วนของข้อห้ามการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ขั้นตอนการขออนุญาตจัดกิจกรรม การพิจารณาอนุญาต รวมทั้งกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นให้จัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตามข้อ และข้อ แห่งข้อกำหนดฉบับที่ 30 ลงวันที่ สิงหาคม 2564 มาใช้บังคับด้วย

7. การเตรียมความพร้อมของสถานบริการ หรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว

ในระยะเริ่มแรก สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวยังคงปิดดำเนินการ โดยให้หน่วยงาน และผู้ประกอบการ เตรียมความพร้อมเพื่อการผ่อนคลายมาตรการตามที่ได้ประกาศไว้ในข้อกำหนด ฉบับที่ 35 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2564 เพื่อให้เปิดดำเนินการตามแผน และกรอบเวลาที่รัฐบาลจะประกาศต่อไป

8. การปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยภายในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว และการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมของแต่ละจังหวัด

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เสนอต่อศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศปก. ศบค.) เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาปรับระดับความเข้ม หรือผ่อนคลายพื้นที่สถานการณ์ย่อยในระดับท้องที่ หรือเขตอำเภอที่อยู่ในความรับผิดชอบได้ตามความจำเป็น และผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยสั่งปิด จำกัด ห้ามดำเนินการสถานที่ สั่งงดทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพิ่มเติมจากมาตรการควบคุมแบบบูรณาการในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์

สามารถตรวจสอบประกาศและมาตรการของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้

http://www.moicovid.com/ข้อมูลสำคัญ-จังหวัด

อ้างอิง

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/256/T_0001.PDF 

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/256/T_0005.PDF

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/256/T_0007.PDF

https://web.facebook.com/ThaiMFA/posts/6596281913745094

###

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากองค์การอนามัยโลก 

https://www.who.int/thailand/emergencies/novel-coronavirus-2019/situation-reports

ศูนย์ข้อมูลกรมควบคุมโรคติดต่อ โทร 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง 

https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.php

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ โทร +66 (0) 2694 6000 

https://www.businesseventsthailand.com/en/situation-update-coronavirus-covid-19 หรือ info@tceb.or.th


บทความที่เกี่ยวข้อง