รายงานสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

เรื่อง ลดจำนวนวันการกักตัว สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด วันที่ 6 ตุลาคม 2564

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น รัฐบาลได้ผ่อนคลายความเข้มงวดบางกรณีให้มีความเหมาะสม และกำหนดมาตรการควบคุมเท่าที่จำเป็นตามระดับพื้นที่ของสถานการณ์ จึงมีการปรับมาตรการ ลดระยะเวลาการกักตัวเหลือ 7 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนดและเดินทางเข้าประเทศไทย มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ภายใต้หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. การเดินทางเข้ามาในประเทศของผู้โดยสาร หรือผู้เดินทางในประเภทเหล่านี้

ผู้โดยสาร หรือผู้เดินทางเข้าประเทศ ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หรือกิจกรรมอื่น ๆ ตามนโยบายของรัฐบาล

บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศซึ่งมาปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือบุคคลในหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุญาตตามความจำเป็น ตลอดจนคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว

ผู้ควบคุมยานพาหนะ หรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ ซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้าประเทศมาตามภารกิจและมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกประเทศชัดเจน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของผู้มีสัญชาติไทย และ คนต่างด้าวซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในประเทศ ตลอดจนคู่สมรส และบุตรของบุคคลดังกล่าว

ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงาน หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในประเทศตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรส และบุตรของบุคคลดังกล่าว

แรงงานต่างด้าวที่นายจ้าง หรือผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศ ได้รับอนุญาตจากทางราชการเพื่อผ่อนปรนให้อยู่ในประเทศเป็นการชั่วคราว และให้ทำงาน

นักเรียน นักศึกษาของสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนประเภทนานาชาติ หรือมหาวิทยาลัยในหลักสูตรนานาชาติ/หลักสูตรปกติ โดยให้รวมถึงบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว

ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว แต่ต้องไม่เป็นกรณีเข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาลโรคโควิด 19 โดยจำกัดจำนวนผู้ติดตามไม่เกิน 3 คน และให้ผู้ติดตามเข้ารับการกักกันในสถานพยาบาลเดียวกัน รวมถึงต้องมีระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไม่น้อยกว่า 14 วัน

ต้องเข้ารับการกักตัว และปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ สถานที่ที่กำหนด ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

            1.1 กรณีมีเอกสาร หรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด โดยต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยา หรือได้รับการรับรอจากองค์การอนามัยโลก หรือ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศ ให้กักตัว และปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน

            1.2 กรณีไม่มีเอกสาร หรือหลักฐานการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด หรือมีเอกสารหลักฐานรับรอง แต่ระยะเวลาน้อยกว่า 14 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศ ให้กักตัว และปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

                        1) บุคคลที่เดินทางเข้าประเทศทางอากาศ และทางน้ำ ให้กักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน

                        2) บุคคลที่เดินทางเข้าประเทศทางบก ให้กักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน

            1.3 รณีการเดินทางเข้าประเทศทางน้ำ และผู้เดินทางทุกคนบนยานพาหนะมีเอกสาร หรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด โดยต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยา หรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศ ให้กักตัว และปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน ในกรณีที่ผู้เดินทางคนใดคนหนึ่งไม่มีเอกสาร หรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ดังกล่าว ให้ผู้เดินทางทุกคนบนยานพาหนะกักตัว และปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน

            1.4 กรณีผู้เดินทางเข้าประเทศมีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยเดินทางมาพร้อมบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ให้กักตัว และปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เป็นระยะเวลาเดียวกับบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล

2. ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศต้องเข้ารับการกักตัว ณ สถานที่ที่กำหนด และตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยวิธี RT-PCR ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

            2.1 ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศตามข้อ 1 ต้องตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยวิธี RT-PCR ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

                        1) กรณีกักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน ให้ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่เดินทางเข้าประเทศ ภายในวันแรกของการกักตัว และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 – 7 ของระยะเวลาที่กักตัว หรือตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

                        2) กรณีกักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน ให้ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่เดินทางเข้าประเทศ ภายในวันแรกของการกักตัว และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 – 9 ของระยะเวลาที่กักตัว หรือตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

                        3) กรณีกักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน ให้ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่เดินทางเข้าประเทศ ภายในวันแรกของการกักตัว และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12 - 13 ของระยะเวลาที่กักตัว หรือตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

            2.2 ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งเป็นนักเรียนของโรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือในสังกัดหน่วยงานอื่นของรัฐ (ไม่รวมบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง) และนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน หรือโรงเรียนของสังกัดอื่นที่มีภารกิจในลักษณะเดียวกัน (ไม่รวมบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง) ให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยวิธี RT-PCR ตามหลักเกณฑ์ และแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

3. มาตรการ และข้อกำหนดในการเดินทางเข้าประเทศตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ไม่บังคับใช้กับผู้เดินทางเข้าประเทศ ในประเภทเหล่านี้

            3.1 ผู้มีเหตุยกเว้นหรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด อนุญาต หรือเชิญให้เข้ามาในประเทศได้ตามความจำเป็น โดยอาจกำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้ /ผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็นเมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้กลับออกไปโดยเร็ว /ผู้ควบคุมยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ หรือแรงงานซึ่งเดินทางมากับยานพาหนะ ซึ่งต้องเดินทางเข้าออกประเทศช่องทางน้ำ เฉพาะกรณีเรือที่ไม่มีสัญชาติไทย เพื่อปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการปิโตรเลียมหรือภารกิจอื่นใดบนยานพาหนะหรือสถานที่ผลิตปิโตรเลียมในทะเล สิ่งปลูกสร้างในทะเล หรือภารกิจเกี่ยวเนื่องตามที่กระทรวงคมนาคม (โดยกรมเจ้าท่า) กำหนด

            3.2 ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งต้องเดินทางเข้าออกประเทศทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่อยู่ในประเทศไม่เกิน 7 วัน ทั้งนี้ในกรณีทางอากาศ ต้องเฉพาะกรณีที่ไม่มีฐานปฏิบัติการในประเทศไทย

            3.3 ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งต้องเดินทางเข้าออกประเทศทางอากาศเฉพาะที่มีฐานปฏิบัติ การในประเทศไทย /ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งต้องเดินทางเข้าออกทางน้ำ เฉพาะกรณี เรือสัญชาติไทย อาทิ เรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่ง (Near Coastal Voyage) หรือเรือที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน หรือ ตามที่กระทรวงคมนาคม (โดยกรมเจ้าท่า) กำหนด /ผู้ควบคุมยานพาหนะ หรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะที่ไม่ได้ลง จากเครื่องบิน หรือลงจากเครื่องบินไม่เกิน 12 ชั่วโมง หรือผู้ควบคุมยานพาหนะ หรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะที่ไม่ได้ ลงจากเรือ หรือเรือจอดเทียบท่าไม่เกิน 12 ชั่วโมง และผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะที่ได้สวม ชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protection Equipment: PPE) ตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กำหนด

4. บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การกีฬา การท่องเที่ยว การศึกษา หรือกิจกรรมอื่น ๆ หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) เสนอแนะนายกรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ให้บุคคลเหล่านี้ปฏิบัติตามคำสั่ง และมาตรการป้องกันโรคที่พนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด ต้องเข้ารับการกักตัว และตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยวิธี RT-PCR ตามหลักเกณฑ์ และแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

5. ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ (1 ตุลาคม 2564) และอยู่ระหว่างการกักตัว ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการกักตัว ตามคำสั่งของพนักงานควบคุมโรคติดต่อเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1.2 และให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยวิธี RT-PCR ตามข้อ 2 แล้วแต่กรณี


สามารถตรวจสอบประกาศและมาตรการของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้

http://www.moicovid.com/ข้อมูลสำคัญ-จังหวัด


อ้างอิง

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/239/T_0125.PDF

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/143/T_0076.PDF

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/144/T_0042.PDF

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/200/T_0006.PDF


###

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากองค์การอนามัยโลก

https://www.who.int/thailand/emergencies/novel-coronavirus-2019/situation-reports

ศูนย์ข้อมูลกรมควบคุมโรคติดต่อ โทร 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.php

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ โทร +66 (0) 2694 6000

บทความที่เกี่ยวข้อง