รายงานสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เรื่อง การขยายระยะเวลา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และข้อกำหนด ฉบับที่ 13 วันที่ 7 สิงหาคม 2563

editor image

รายงานสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

เรื่อง การขยายระยะเวลา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และข้อกำหนด ฉบับที่ 13

วันที่ 7 สิงหาคม 2563



ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไป ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563 และตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 13) นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. การจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม

สามารถทำได้ภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ผู้เข้าร่วมต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคเคร่งครัด 

2. การเปิดดำเนินการสถานที่และกิจกรรมต่างๆ

กิจการและกิจกรรมดังต่อไปนี้ สามารถเปิดดำเนินการได้ตามความสมัครใจและความพร้อม

2.1 การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์

2.2 เครื่องเล่นเป่าลม บ้านลม บ้านบอล โดยติดตั้งแบบถาวรและได้รับการรับรองตามกฎหมาย

        2.3ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจพิจารณาเปิดดำเนินการสนามชนโคสนามชนไก่สนามกัดปลาหรือสนามแข่งขันอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันให้บริการได้ตามความเหมาะสม 

http://www.prbangkok.com/th/post/view/MDY1cDBzNnM0NHIyb3Ezc3E2NnEyNDk0cDRyOTQzcjQ0NTA5MQ==?fbclid=IwAR3 xo-U6va1jEHv8vqjOU47bNV-_qiR_8uHYt3XIcNVDyxsFUt9JMwIa7BI#.XyT2Wup-VNA.lineme (ประกาศกทม. เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563)

3. การกำหนดผู้เดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติม

แก้ไขประเภทของผู้ที่สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 12) ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ดังต่อไปนี้

3.1 คนต่างด้าวซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว

3.2 ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศตามกฎหมายตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าวหรือแรงงานต่างด้าวที่นายจ้างหรือผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศได้รับอนุญาตจากทางราชการเพื่อผ่อนปรนให้อยู่ในประเทศเป็นการชั่วคราวและให้ทำงาน

3.3 ผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศตามข้อตกลงพิเศษ (special arrangement) ระหว่างหน่วยงานของรัฐกับต่างประเทศหรือบุคคลกลุ่มบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีตามข้อเสนอและการตรวจสอบกลั่นกรองของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่         ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่คณะกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าวกำหนด

ผู้เดินทางเข้ามาในประเทศต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเงื่อนเวลาหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 แห่งข้อกำหนด(ฉบับที่ 12)ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/153/T_0035.PDF (ข้อกำหนดฉบับที่ 12ลงวันที่30มิถุนายน2563)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/153/T_0038.PDF (แนวปฏิบัติฉบับที่ 6 ลงวันที่ 30มิถุนายน2563)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/174/T_0081.PDF (แนวปฏิบัติฉบับที่ 7 ลงวันที่ 31กรกฎาคม2563)

4. การพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19)

เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุข จึงให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ กลั่นกรองและเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเดินทางของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่นายกรัฐมนตรีหรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จะพิจารณาอนุญาตต่อไป 

5. การบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค

เจ้าของหรือผู้รับผิดชอบสถานที่ กิจกรรมและกิจการต่างๆ ต้องมีมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด โดยผู้ใช้บริการหรือร่วมทำกิจกรรม ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากทางเลือก เว้นระยะห่าง เข้าระบบแอปพลิเคชันไทยชนะ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่กำหนดไว้ และต้องยอมรับการกักกันตามระยะเวลาในสถานที่ที่รัฐกำหนดสำหรับผู้อยู่ในข่ายที่ต้องได้รับการกักกัน

6. การประสานงาน

กรณีที่มีปัญหาการดำเนินงาน ให้หารือหรือประสานงานกับคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติในฐานะหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 เป็นประธาน

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

อ้างอิง http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/174/T_0077.PDF (ข้อกำหนด)

        http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/174/T_0081.PDF (แนวปฏิบัติ)


                                ###


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของเชื้อโรคโควิด 19 จากองค์การอนามัยโลก 

https://www.who.int/thailand/emergencies/novel-coronavirus-2019/situation-reports

ศูนย์ข้อมูลกรมควบคุมโรคติดต่อ โทร 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง 

https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/eng/news.php

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ โทร +66 (0) 2694 6000 

https://www.businesseventsthailand.com/en/situation-update-coronavirus-covid-19  หรือ info@tceb.or.th


การต่อระยะเวลา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และข้อกำหนดฉบับที่ 13

editor image


editor image

บทความที่เกี่ยวข้อง